Menu Close

การรักษาสิวอักเสบแบบไม่มีหัว ฉบับทำตามได้เลย

ปัญหาสิว เป็นปัญหาที่ใครหลายคนต้องเจอ ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อยแล้วแต่บุคคลครับ แต่สำหรับส่วนตัวผมแล้ว สิวทุกเม็ดที่ขึ้นมาบนหน้า จะเป็นสิวอักเสบทั้งหมด และขึ้นที 15 เม็ดขึ้นไป เรียกได้ว่า โคตรเครียด โคตรเจ็บ และโคตรไม่ชอบเลยครับ

เอาจริงก็คงไม่มีคนที่ชอบหน้าตัวเองตอนเป็นสิวอยู่แล้ว แต่สุดท้ายผมก็หายได้ครับ แต่ถามว่ามันขึ้นอยู่ไหม มันก็ขึ้นครับ 1-2 เม็ด แต่ไม่ใช่แบบ 15 เม็ดแบบเต็มหน้าแล้ว ใครที่เป็นแบบนี้ไปดูวิธีการรักษาเบื้องต้นแบบทำตามได้ โดยไม่ต้องพบแพทย์ครับ.

สิว

1. การดูแลผิวหน้าเบื้องต้น

  1. ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนที่เหมาะกับผิวมันหรือเป็นสิว เช่น สูตรที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) หรือเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)
    • ล้างหน้า 2 ครั้งต่อวัน (เช้า-เย็น) และหลังออกกำลังกาย
  2. หลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะสิว
    • สิวแบบไม่มีหัวจะอยู่ลึกใต้ผิว การพยายามกดออกอาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น
    • เอาจริงๆ เวลาเห็นมันก็อยากให้หาย บางทีก็โมโหไปบีบมัน หรือไปกระตุ้นมันใช่ไหมล่ะครับ อยากเอาออกใจจะขาด แต่สิ่งที่ดีที่สุดเลยคือ อยู่เฉยๆครับ ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่เป็นไรนะครับ แต่ต้องลองพยายามครับ
  3. ทาครีมบำรุงที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (Non-Comedogenic)
    • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา เช่น เจล หรือโลชั่น

ก่อนไปข้อต่อไป เราต้องรู้ก่อนว่าสิวอักเสบแบบไม่มีหัวเกิดจากการอักเสบครับ ตามชื่อของมันเลย แปลว่า : สิวอักเสบขึ้นมาแล้ว ยิ่งเราไปบีบแคะเกา หรือทำอะไรบนหน้าเรา จะทำให้มันอักเสบมากขึ้นครับ มันก็จะหายช้าลงนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ทำได้คือ อยู่เฉยๆ และบอกกับเม็ดเลือดขาวว่า ไปฆ่าเชื้อสิวแล้วก็ถอนตัวออกมาจากสิวได้แล้ว ไม่ต้องไปทำให้มันบวม จะได้หายไวๆครับ เอาจริงๆก็ไปบอกมันโดยตรงไม่ได้หรอก แต่การบอกกับตัวเองในใจมันช่วยได้นะครับ

ต่อจากขั้นตอนนี้คือ

2. การรักษาด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะจุด

  1. เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)
    • มีคุณสมบัติลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (P. acnes)
    • ใช้แต้มเฉพาะบริเวณสิว (ทาบาง ๆ) วันละ 1-2 ครั้ง
  2. เรตินอยด์ (Retinoids)
    • เช่น Adapalene หรือ Tretinoin ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน และลดโอกาสการเกิดสิวใหม่
    • ใช้ในปริมาณเล็กน้อยก่อนนอน (ควรเริ่มใช้ทีละน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคือง)
  3. กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)
    • ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน และลดการอักเสบ
    • ใช้ในรูปแบบโทนเนอร์หรือเซรั่ม
  4. ครีมหรือเจลแต้มสิวที่มีสารต้านการอักเสบ
    • เช่น Niacinamide, Sulfur, หรือ Tea Tree Oil

ทั้ง 4 อย่างนี้แนะนำว่า ทาแค่ตอนกลางคืนวันละ 1 รอบก็พอครับ ไม่อย่างงั้นหน้าเราจะไม่ได้พักเลย และจะทำให้อักเสบกว่าเดิมครับ เพราะยาพวกนี้มันแรงครับ 

โดยส่วนตัวผมจะมาร์กเบนแซก 5% ทิ้งไว้ 30 นาที – 1 ชม. และทาเรตินอล วันเว้น2วันครับ สำหรับใครที่ทาเบนแซกแล้วแสบก็ล้างออกได้เลยนะครับ หน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคน 10 นาทีก็แสบไม่ไหวแล้ว แต่หน้าผมทิ้งไว้ได้ถึง 2 ชม. เลยครับ แต่ให้ดีไม่ควรเกิน 1 ชม. ครับ

จากนั้นก็ทาครีมสิวได้เลย หรือจะไม่ทาแล้วทามอยเจอร์จากนั้นหลับ ก็ได้เช่นกันครับ

3. การรักษาด้วยยาที่แพทย์สั่ง

  1. ยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotics)
    • เช่น Clindamycin หรือ Erythromycin แบบเจลหรือครีม ช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ
  2. ยารับประทาน
    • ยาปฏิชีวนะ (Oral Antibiotics): เช่น Doxycycline หรือ Minocycline ใช้ในกรณีสิวอักเสบรุนแรง
    • ยากลุ่มเรตินอยด์ (Isotretinoin): ใช้สำหรับสิวที่รักษาไม่ได้ผลด้วยวิธีอื่น แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
  3. ยาฮอร์โมน (สำหรับผู้หญิง)
    • เช่น ยาคุมกำเนิดหรือ Spironolactone ซึ่งช่วยควบคุมฮอร์โมนที่กระตุ้นการเกิดสิว

อันนี้ใครที่ทนไม่ไหวอยากไปพบแพทย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีสุดๆครับ ขึ้นอยู่ที่ว่าแพทย์จะสั่งยาอะไรให้เราก็ทาตามนั้นได้เลยครับ มีข้อสงสัยก็ถามคุณหมอได้เลย การทำแบบนี้จะมั่นใจได้ว่าเรามาถูกทางกับสิวที่ตัวเองกำลังเจออยู่ครับ

4. การดูแลเพิ่มเติม

  1. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “Non-Comedogenic”
  2. ปรับพฤติกรรมและการกินอาหาร
    • ลดการบริโภคน้ำตาล, นมวัว และอาหารแปรรูป
    • เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกรดไขมันดี เช่น ปลาแซลมอนและถั่ว
  3. ลดความเครียด
    • ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นการเกิดสิว

ใดๆแล้วต้องลองพยายามปรับจากภายในด้วยครับ พยายามงดแป้ง หรืออาหารที่สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ครับ ไม่ถึงกับต้องงดเลย 100% แต่ลดลงมาก็จะทำให้เรารู้แน่ๆว่า สาเหตุการเกิดมันน้อยลงแล้วครับ

สิวอักเสบ

คำเตือน

  • หากสิวอักเสบแบบไม่มีหัวไม่ดีขึ้นใน 4–6 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสม
  • อย่าใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่แรงเกินไปโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและสิวแย่ลงได้

การรักษาสิวต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอในการดูแลผิวและการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้สิวดีขึ้นอย่างยั่งยืนนะครับ มันต้องใช้เวลาจริงๆ จิตใจสำคัญมากๆครับ

ถ้าลองรักษาด้วยตัวเองดูแล้วไม่เห็นผลภายใน 2 เดือน และไม่มีท่าที่ว่าจะดีขึ้นเลย แนะนำว่าควรไปหาหมอให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการให้นะครับ

ส่วนตรงนี้ขอนอกเรื่องนิดหน่อย คือ ใครที่อยากซื้อหวยออนไลน์ ลองแวะเข้ามาดูที่นี่ได้นะครับ หวยอัตราจ่ายสูง มีรัฐบาลฟิลิปปินส์รับรอง และหน่วยงานจากอเมริกา รวมถึงคณะกรรมการประเทศอังกฤษควบคุมดูแลอยู่ด้วยครับ มีหวยทั่วโลกให้เลือกซื้อเลย : เข้ามาดูได้ที่ KUBET นะครับ